ทัศนศึกษา

ท่านสามารถเลือกรายการทัศนศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่งจาก 2 รายการ โดยเป็นรายการทัศนศึกษาหมายเลข 1. ในประเทศ (ใช้เวลา 1 วัน) และหมายเลข 2.  ในต่างประเทศ (ใช้เวลา 4 วัน) ดังนี้

 

1. One day trip –  ทัศนศึกษาในประเทศ (1 วัน)

ค่าใช้จ่ายท่านละ 600 บาท

ทัศนศึกษาแหล่งอารยธรรม อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนครพนม    

– วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
– วัดพระธาตุเรณูนคร  (ชมและเลือกซื้อ สินค้า  ผ้าพื้นเมือง  เรณูนคร)
– วัดพระธาตุมหาชัย
– อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์
– พญาศรีสัตตนาคราช ในเมืองนคพนม / ตลาดอินโดจีน

 

กำหนดการเดินทาง

08.30 น.
ออกเดินทางจากโรงแรมที่พัก

9.30 – 11.00 น.
จุดหมายแรกที่เราจะไปนั้นคือ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เพื่อกราบสักการะพระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวอีสาน เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์และปีวอก โดยสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยทวารวดี เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 หรือ 12 เป็นที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า  เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง  ของที่ระลึก

11.00 – 13.00 น.
เดินทางสู่อำเภอเรณูนคร  กราบนมัสการพระธาตุเรณูนคร  เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง  ของที่ระลึก / รับประทานอาหาร ( ข้าวกล้องรับประทานในรถ)

13.00 – 14.30 น.
เดินทางสู่อำเภอปลาปาก  กราบนมัสการพระธาตุมหาชัย  กราบสรีสังขาร พระสุนทรธรรมากร   (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ)

14.30 – 16.00 น.
เดินทางสู่อำเภอเมืองนครพนม  กราบขอพรพญาศรีสัตตนาคราช / เลือกซื้อสินค้าที่ตลาด  อินโดจีน

หมายเหตุ: กำหนดการ อาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

 

2. Four days trip – ทัศนศึกษาในต่างประเทศ (4 วัน)

ค่าใช้จ่ายท่านละ 9,500 บาท

เส้นทางการเดินทางโดยสรุป

นครพนม – แขวงคำม่วน – เวียดนามกลาง – เว้ – ดานัง – ฮอยอาน ศึกษาดูงานห้องสมุดมหาวิทยาลัยเว้ และศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่น  เดินทางไป / กลับ โดยรถยนต์

กำหนดการเดินทาง

วันที่ 1   นครพนม –  ดองฮา – เขตปลอดทหาร –  อุโมงค์วินห์ม็อก – เว้                

06.00 น.
รับประทานอาหารเช้าหลังอาหารเดินทางสู่สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 2 ด่านตรวจคนขาออก รถบัสปรับอากาศ สปป.ลาว รอรับคณะ ออกเดินทางสู่ สะหวันนะเขต สปป.ลาว ตามเส้นทางไฮเวย์ทางหลวงหมายเลข 9 สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวลาวและชนกลุ่มน้อย  ทั้งลาวเทิง ลาวลุ่ม  เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองพิณในประเทศลาวบ่าย ถึงด่านแดนสะหวัน(ลาว) และLao Bao (เวียดนาม) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ทั้ง 2 ประเทศสามารถแลกเงินด่องได้ที่นี่จะมีพนักงานหรือธนาคารเคลื่อนที่ไว้คอยบริการแลกเงิน จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองดองฮา ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำเบนไห่ ในแนวเส้นขนานที่ 17 เป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ที่แบ่งแยกเวียดนามเหนือ-ใต้ จากนั้นเข้าสู่หมู่บ้าน วินห์ม็อก ชมอุโมงค์หลบภัยใต้ดินจากการทิ้งระเบิดอย่างหนักของทหารอเมริกา ซึ่งคนทั้งหมู่บ้านช่วยกันแอบขุดในตอนกลางคืนหรือขุดในขณะที่มีเสียงปืน เสียงระเบิด ขนดินทิ้งทะเลเพื่ออำพรางไม่ให้ข้าศึกรู้ ในปี 1966 เป็นอุโมงค์ใต้ดินที่มีความสำคัญใน สงคราม เวียดกง ใช้เวลาในการขุด 20 เดือนซึ่งสามารถนำชาวบ้านเข้าไปหลบภัยได้จำนวน 380 คน ภายในอุโมงค์นี้จะมีทั้งห้องนอน  ห้องพยาบาล  ห้องประชุมขนาด 50-60 คน ห้องอาบน้ำ บ่อน้ำดื่ม และชาวบ้านเหล่านี้อาศัยอยู่ในอุโมงค์ถึง 5 ปี อีกทั้งตลอดระยะเวลาดังกล่าว มีเด็กที่เกิดในอุโมงค์นี้จำนวนประมาณ 17 คน หลังจากเสร็จสิ้นสงครามเด็กเหล่านี้ก็จะมาคอยดูแลรักษาอุโมงค์แห่งนี้ และคอยบริการนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนด้วย เมื่อท่านผ่านประตูทางออกอุโมงค์ ท่านจะได้พบกับคาบสมุทรทะเลจีนใต้และก็เดินเรียบชายฝั่งทะเลเพื่อเดินทางกลับขึ้นรถ เพื่อเดินทางสู่   เมืองเว้

ค่ำ
รับประทานอาหารเย็น หลังจากนั้นนําท่านเดินทางสเข้าสู่ที่พัก โรงแรม  เเละ ตามอัธยาศัย

วันที่ 2   เว้ – พระราชวังหลวง – สุสานกษัตริย์ไคดิ่งห์ – วัดลี่งอื๊ง ดังนัง – ฮอยอัน 

เช้า
รับประทานอาหารเช้าณห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านชม ห้องสมุดมหาวิทยาลัยเว้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และหลังจากนั้นเข้าชม พระราชวังได๋โหน่ย (พระราชวังหลวงของกษัตริย์ราชวงศ์เหวียน) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2348 ในสมัยยาลอง และเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์ราชวงศ์เหวียน 13 พระองค์  ในสมัย สงครามเวียดนาม พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกอเมริกาทิ้งระเบิดลง จนทำให้บริเวณส่วนที่เป็นที่ประทับเสียหาย พังทลายลงมา บางส่วนไม่เหลือแม้แต่ซากปรักหักพัง พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตเมืองเว้ เป็นมรดกตกทอดอันยิ่งใหญ่ ได้ถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของชาวจีน ปัจจุบันรัฐบาลของประเทศเวียดนามกำลังบรูณะซ่อมแซมแห่งนี้ให้เป็นเหมือนในสมัยก่อน ชมป้อมประตูทางเข้าพระราชวังที่สวยงาม ชมป้อมเสาธงขนาดใหญ ชมท้องพระโรงของกษัตริย์ไว้สำหรับออกว่าความแก่ประชาชน เป็นต้น จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองลังโก

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารที่ เมืองลังโก

บ่าย
หลังจากอาหารกลางวันนำท่านเดินทางสู่ เมืองดานังเมืองดานัง เป็นเมืองแห่งหาดทรายขาวและภูเขาหินอ่อน  เป็นเมืองท่าที่สำคัญและใหญ่อันดับ 4 ของประเทศเวียดนาม เมืองนี้เจริญและเติบโตมาจากหมู่บ้านชาวประมง  จนกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ปัจจุบันดานังเป็นเมืองที่เร่งพัฒนาด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากการสร้างโรงแรมเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เดินทางผ่านอุโมงค์ไฮวัน ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่มีความยามที่สุดในแถบอาเซี่ยนมีความยาวประมาณ 6 ก.ม. อุโมงค์แห่งนี้ได้เจาะทะลุเขาไฮวัน (Hai Van) แปลว่า ช่องเขาแห่งเมฆหมอก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขา Truong Son ที่ทอดตัวยาวตัดถนนทางหลวงลงสู่ทะเล และชมวัด Linh Ung  ตั้งอยู่บนเนินเขา เดินทางสู่ เมืองฮอยอัน เมืองมรดกโลก อดีตเมืองท่าเรือการค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้เมื่อ 300 กว่าปีก่อน ซึ่งมีชาวจีนและชาวญี่ปุ่นเคยมาค้าขายชมบ้านเมืองเก่าแก่ได้รับการบูรณะอย่างดีและต่อเนื่องโดยลูกหลานมาแล้วประมาณ 8 รุ่น  เยี่ยมชมสมาคมของชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง มณฑลกวางสี ฟุเกวี๋ยน ที่ใช้เป็นที่ชุมนุมกัน ชมสะพาน ญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นโดยชุมชนชาวญี่ปุ่นในพุทธศตวรรษที่ 23 ด้วยรูปทรงโค้งของตัวสะพานและหลังคามุงกระเบื้องสีเขียวและเหลืองเป็นลูกคลื่นที่ต่อเชื่อมระหว่างเขตชุมชนชาวจีนและญี่ปุ่น จากนั้นเดินทางกลับเมือง ดานัง

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร หลังอาหาร เดินทางเข้าสู่พักที่โรงแรมที่ DANANG และเชิญท่านพักผ่อนหรือท่องราตรีตามอัธยาศัย

วันที่ 3     ดานัง  –  ภูเขาบ่าหน่า   –  ตลาดดองบา   –  ล่องเรือแม่น้ำหอม

เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม เช้าหลังอาหารเช้า นำท่านไปที่ภูเขาบาหน่า”เมืองแห่งการบันทึก”วันที่ 25 / 3 /2009 ภูเขาบานา ได้องค์กร Guinness World Records ออกหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการจะได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนส 2 เนื่องในโอกาสการเข้ารับตำแหน่งของรบานา — Suoi Mo (ดานัง) : สายยาวของกระเช้าในโลก  (5,042.62 m) แล​​ะความห่างกันระหว่าง GA GA เหนือและใต้สูงที่สุดของโลก (1291.81 m) นอกจากนี้สายนี้ยังถือสำหรับบันทึกสถานีมาพร้อมกับพื้นที่ของสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เต็มไปด้วยความบันเทิง, วัสดุจัดแสดงและภาพบานาในอดีตและปัจจุบัน   เมื่อเทียบกับมุมมองที่โดดเด่นจากเนินเขารถกระเช้าไปเกาะเซนโตซ่า Faber (สิงคโปร์), เกนติ้ง (มาเลเซีย), ลันเตา (Hong Kong) เมื่อสิ้นสุดการสถานีรถเคเบิ้ล, ผู้เข้าชมจะได้เห็นอย่างใดอย่างหนึ่งที่ใหญ่ที่สุด 27m, meditating พระพุทธศากยมุนีเอเชียสูงที่ Linh ungเจดีย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายบานานี้ยังมีรถสายระบบแรกในเวียดนามเพื่อให้บริการห้องโดยสารและห้องรับรองวีไอพี ห้องโดยสารที่แต่ละคนเป็นเพียงรับ 4 ผู้โดยสาร (เทียบกับ 8 แขกของห้องโดยสารปกติ), ติดตั้งพร้อมโซฟา, บริการแชมเปญ ดอกไม้สด, เพลง หลังจากการชมเที่ยวที่บานารีสอร์ทนาท่านลงเขาเพื่อเดินทางกลับเมือง เว้ รับประทานอาหารกลางวัน

เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคารที่เมืองลังโก หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่เว้ ระหว่างทางจะได้ชมทิวทัศน์ของภูเขาอันสวยงามสลับซับซ้อนของหุบเขาไฮวานและจุดชมวิว ผ่าคาบสมุทรลังโก ถึงเมืองเว้นำท่านศึกษาวัฒนธรรม  นำท่านชม วัดเทียนหมุ วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนานิกายเชน  ชมเจดีย์เทียนหมุ ทรงเก๋งจีนแปดเหลี่ยมสูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นแทนภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ซึ่งตั้งเด่นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม วัดนี้มีความสำคัญในช่วงยุคหลังของเวียดนาม เนื่องจากอดีตเจ้าอาวาสวัดนี้  ไปประท้วงการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลไซง่อน ด้วยการขับรถออสตินจากเมืองเว้ไปที่กรุงไซ่ง่อน เพื่อเผาตนเอง และ นำคณะแวะ เลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก ที่ตลาดดองบา เป็นศูนย์กลางสินค้าและเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองเว้ (เตรียมเงินไทย ฉบับละ 20 บาทและ 100 บาทไปเยอะๆนะคะ)

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านล่องเรือแม่น้ำหอม (Huong) ชมบรรยากาศและ ชีวิตความเป็นอยู่สองฟากฝั่งแม่น้ำซึ่งมีความกว้างพอๆกับลำน้ำเจ้าพระยาจากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม เชิญท่านพักผ่อนหรือท่องราตรีตามอัธยาศัย ความงดงามของเมืองเว้ยามราตรี เสน่ห์ที่ทุกท่านจะประทับใจมิรู้ลืม

วันที่ 4    เว้ – สะหวันนะเขต – นครพนม         

05.00 น.
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร   จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สะหวันนะเขต โดยผ่านด่านลาวเบา เข้าประเทศลาว ชมชีวิตประจำวันของชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่สองฝั่งถนน และชมวิวทิวทัศน์ เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร และเดินทางต่อสู่มุกดาหารกลับถึงชายแดนไทย – ลาว ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองกลับสู่จังหวัดมุกดาหาร หากมีเวลาแวะตลาดอินโดจีน เดินช้อปปิ้งตามอัธยาศัย